วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Cytocare


❥ไซโตแคร์อาหารผิวระดับแอดวานซ์




🔹สาวๆที่อายุขึ้นเลข 3 แล้วจะรู้จักตัวนี้ดีคะ
เป็นศาสตร์แห่งการบำรุงผิวลึกถึงสเต็มเซลล์
ตัวโด่งดังสุดเลิฟ ที่ได้รับการยอมรับทางการ
แพทย์ของฝรั่งเศส ปลอดภัย 100% ไม่ก่อให้
เกิดการแพ้ใดๆ



🔹ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างเซลล์
ผิวใหม่ ฟื้นฟูผิวขาดน้ำ หมองคล้ำ บอกลา
แพนด้า หลุมสิว ริ้วรอย และยังปกป้องผิว
จากแสงแดด ไม่ว่าจะฉีดส่วนในของผิว ก็แก้ไข
ปัญหาผิวเสื่อมสภาพได้หมด กลับมามีผิวเด็ก
ได้อีกครั้งเลยคะ 

วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560

Made คืออะไร ?


Made Collagen (มาเด้) จัดเป็นการแพทย์แนวธรรมชาติบำบัดทางหนึ่ง ถูกคิดค้นในปี 1991โดยแพทย์ชาวเบลเยี่ยม  Made Collagen มีสารประกอบจากธรรมชาติ ใช้วิธีการฉีดเข้าไปยังจุดที่ต้องการให้รักษา ตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าไปยังเซลล์บริเวณดังกล่าว และเกิดการปรับสมดุลระหว่างเซลล์ โดยมาเด้ มีคุณสมบัติคือ ล้างสารพิษที่สะสมมาบริเวณผิวหนัง, กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตใต้ชั้นผิวบริเวณนั้น และเป็นการช่วยให้เกิดการกระตุ้นให้เซลล์สร้าง collagen ขึ้นมาสะสม, มีสารแร่ธาตุและวิตตามินที่สำคัญประกอบอยู่ในมาเด้ อันเป็นอาหารให้ชั้นของผิวหนัง




มาเด้ เหมาะสำหรับใครบ้าง
- คนไข้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง โดยหลักการที่ว่า ตัวยามาเด้ จะเข้าไปปรับสมดุลที่ชั้นผิว ทำให้สามารถลดปัญหาสิวลงได้
- คนไข้ที่มีปัญหาฝ้า โดยการที่มาเด้จะเข้าไปกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
- คนที่ต้องการให้ผิวสดใส ดูเปร่งปรั่ง เนื่องจากมาเด้ เป็นอาหารของเซลบริเวณผิวหนัง
- คนที่มีปัญหาในการนอนหลับ นอนหลับยาก ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น มีสุขภาพดี




ระยะเวลาในการรับการบำบัด
ควรเข้ารับการบำบัด ทุก 1-2 สัปดาห์ ติดต่อกัน 5-10 ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เมื่อครบคอสรักษา ผลลัพธ์จะคงสภาพได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละคนด้วย

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

Filler

Filler มีสารประกอบคือ Hyaluronic acid Elastic สารธรรมชาติซึ่งมีอยู่ในชั้นผิวหนัง มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและให้ความยืดหยุ่น โดยสาร Hyaluronic acid ในผิวหนังเราจะค่อยๆลดลงตามอายุที่มากขึ้นส่งผลให้ผิวหนังอุ้มน้ำลดลง เกิดรอยเหี่ยวย่น 





ในปัจจุบัน filler ชนิด Hyaluronic acid ที่ ทาง FDA approved(food and drug administration) ได้แก่ Hyaloform, Restylane และ captique แม้ว่า Hyaluronic acid จะสลายในอัตราช้ากว่า กลุ่มcollagen ผลของการฉีดอาจอยุได้นานถึง 6 เดือน โดยทั้ง restylane hyaloform captique ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อย จึงสามารถให้ได้โดยไม่ต้องมีการทดสอบการแพ้ก่อนฉีด



ข้อห้ามในการฉีด

- ผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้รุนแรง หรือเคยแพ้สารหลายชนิด
- ห้ามฉีดเข้าเพื่อ เสริมหน้าอก
- ห้ามฉีดเข้ากระดูก เอ็น
- ห้ามฉีดเข้าเส้นเลือดเพราะก่อให้เกิดการอุดตัน ก่อให้เกิดเนื้อตายจากการขาดเลือด





RESTYLANE ได้รับการรับรองให้เหมาะแก่การฉีดเข้าในชั้นผิวหนัง และสามารถใช้ได้กับทุกบริเวณในใบหน้า บริเวณที่ได้รับความนิยมได้แก่ ริมฝีปาก ร่องแก้ม ร่องมุมปาก โดยมีการศึกษาว่าหากทำการรักษา RESTYLANE คู่กับ BOTOX กับรอยย่นบริเวณหน้าผากนั้น โดย RESTYLANE จะช่วยเติมเต็มรอยใบหน้าขณะพัก โดย BOTOX จะเสริมให้ FILLER คงสภาพยาวนานมากขึ้น


การปฏิบัติตัวหลังฉีด filler

- 2 วันแรก ไม่ควรออกกำลังกายให้เหงื่อออกมาก หรือออกไปตากแดด เพราะจะทำให้เกิดรอยแดงบริเวณที่ฉีด
- หลังฉีด ห้ามจับลูบคลำ นวด หรือปั้นเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ผิดรูปไปจากเดิม
- ควรดื่มน้ำมากๆ หลังฉีด 4 วัน จะทำให้ filler ที่ฉีดเข้าไปจับตัวกับน้ำ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์ 2 วัน หลังการฉีด
- ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นบริเวณที่ฉีด Filler งดการถูกความร้อน
- เลี่ยงการสูบบุหรี่, การดูดทั้งจากหลอดดูด, การจูบ กรณีที่ฉีดที่ริมฝีปาก 2 วันหลังการฉีด













วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Botox

Botox คืออะไร ?
Boxtox คือสาร Botulinum toxin สร้างมาจากเชื้อที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum ซึ่งพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ในดิน, น้ำ, ป่า, ในทางเดินอาหารของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม, ในเหงือกของปู และหอย



สาร Botox ทำงานอย่างไร
- สารดังกล่าวเป็นสารพิษ ออกฤทธิ์ที่เซลล์ปะสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ เชื่อกันว่าสาร 1กรัม สามารถฆ่าคนได้ถึง 1 ล้านคนเลยทีเดียว จากการเกิดระบบหายใจล้มเหลว
แต่หากใช้ในปริมาณที่น้อย จะทำให้เกิดการอัมพาต(อ่อนแรง) ชั่วคราวของกล้ามเนื้อได้


Botox กับวงการย์แพทย์ และความงาม
สาร Botulinum toxin ถูกนำมาใช้เพื่อลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า นอกเหนือจากเรื่องความงามแล้ว ยังสามารถนำมารักษาภาวะต่างๆ เช่น ตาเข, ปวดหัวไมเกรน, เหงื่อออกมากผิดปกติ กระเพาะปัสสาวะรั่ว และนำไปใช้ในการรักษาโรคต่างๆได้อีกมากมาย

การฉีด Botox ทำอย่างไร

เริ่มด้วยการเตรียมยาโดย เป็นยาผง ผสมเข้ากับน้ำเกลือ และฉีดเข้าโดยตรงที่กล้ามเนื้อส่วนที่ต้องการฉีด เช่น กล้ามเนื้อหน้าผาก, กล้ามเนื้อรอบดวงตา และ กล้ามเนื้อกราม



ปัจจัยเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น พบได้น้อยมาก และไม่ร้ายแรง มีโอกาสประมาณ 1% ที่จะเกิดภูมิต้านทานต่อตัวยา ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อยาลดลง
ยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจะเกิดขึ้นได้ ได้แก่ เจ็บปวด, เลือดออก, หนังตาตกชั่วคราว, ยาออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ต้องการฉีด 

แนวทางการปฏิบัติตัวหลังทำ Botox

- หลังฉีด ทันที ไม่ควรจับ ลูกคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการกระจายตัวของตัวยา
- ห้ามนอนราบ 4 ชั่วโมง เนื่องจากจะทำให้ตัวยาตกลงสู่กล้ามเนื้อชั้นลึก ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
- บริการกล้ามเนื้อมัดที่ฉีดเข้าไป ภายในเวลา 4 ชั่วโมงแรก เช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง, ยิ้ม, ยักคิ้วบ่อยๆ
- ภายใน 2 สัปดาห์ งดการถูกความร้อนบริเวณที่ฉีดยาไป เนื่องจากทำให้ยาสลายฤทธิ์
- ในสองวันแรก งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล








Mesotherapy


Mesotherapy คืออะไร








การรักษาแบบ Mesotherapy เป็นการรักษารูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่การผ่าตัด มีจุดประสงค์เพื่อลดปัญหาที่บริเวณนั้นๆของร่างกาย เช่น cellulite, ปรับผิวหนังให้ดูเปร่งปรั่ง, ลดฝ้า, ลดรูขุมขนกว้าง, ลดไขมัน , ลดความเจ็บปวด, ป้องกันผมร่วง ส่วนประกอบของยานั้น ขึ้นอยู่กับสูตรต่างๆ ว่าต้องการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร ส่วนมากจะประกอบด้วย ยา, วิตตามิน, เกลือแร่ ที่ได้รับการยอมรับจาก FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา)



โดยวิธีการคือ ใช้เข็มขนาดเล็ก ฉีดเข้าไปยังชั้นผิวหนังตื้น เนื่องจากการกระจายตัวของยาอาจจะไม่ดีนัก ดังนั้น จำเป็นต้องฉีดยาจำนวนหลายเข็ม สามารถฉีดได้ทุก 1-3 อาทิตย์ ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้

Mesotherapy vs Liposuction

*Liposuction เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วกว่ามาก ได้ผลในการลดไขมันดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม Mesotherapy มีราคาที่ถูกกว่า และอัตรายน้อยกว่า

*Mesotherapy เป็นวิธีที่เกิดความเจ็บปวดน้อยกว่า เนื่องจากสามารถใช้ครีมที่มียาชาทาก่อนจะเริ่มการฉีดยาได้ ในขณะที่ การทำ liposuction จะเกิดความเจ็บปวดมากกว่าเนื่องจากเป็นการผ่าตัด 

*Mesotherapy จะไม่เกิดผังผืดขึ้นหลังทำ ถึงแม้ว่าจะเกิดการบวม และมีแผลฟกช้ำหลังทำ แต่ Liposuction สามารถทำให้เกิดผังผืดจำนวนมากได้ในภายหลัง

*Mesotherapy ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการพักฟื้น สามารถเดินกลับบ้านได้เลย

ลดไขมันและลดน้ำหนัก
ใช้เวลาการรักษาประมาณ 2-4 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์  นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งด้วย อาจจะต้องใช้ปริมาณในการรักษาที่เพิ่มขึ้น การใช้เพื่อการลดน้ำหนัก ไม่สารถทำได้เยอะมาก แนะนำให้ใช้เพื่อการลดไขมันเฉพาะจุด

ลด cellulite
ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3-4 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ โดยการใช้เพื่อลด cellulite นั้นจะได้ผลไม่ดี ใช้ได้เฉพาะจุดที่มี cellutite น้อยๆ

การทำให้ผิวหน้ากลับมาเปร่งปรั่ง เยาววัย
ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3-4 ครั้ง โดยห่างกันครั้วบะ 2-3 อาทิตย์ เป็นสิ่งที่นิยมทำกันมากที่สุด เนื่องจากผู้คนยอมรับในผลที่เห็นได้ชัดเจน


ข้อห้ามในการทำ meso fat
1.อายุน้อยกว่า 18 ปี
2.สตรีมีครรภ์ หรือภาวะให้นมบุตร
3.คนไข้โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
4.คนไข้ที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน
5.คนไข้ที่มีประวัติโรคหัวใจ และทำการรักษาด้วยยาหลายขนาน
6.คนไข้ที่มีโรคติดเชื้อ หรือคนไข้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง



ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด Meso fat
1. อาจจะพบอาการบวมซ้ำ หรืออาการเจ็บปวดบ้างเล็กน้อย ขณะที่ทำและหลังทำ 1-3 วัน ดังนั้นควรเลียงการ เข้าอบซาวน่า การนวด การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการทำทรีตเมนต์ใด ๆ หลังทำประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อลดการฟกซ้ำให้น้อยลง
2. เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนักและไขมันส่วนเกินไม่ให้กลับมาสะสมได้อีก เพราะการสลายไขมันด้วยการฉีดยาไร้ประโยชน์ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และมีวินัยในการควบคุมน้ำหนักให้มากขึ้น

mesohyal X-DNA


mesohyal X-DNA




มีส่วนประกอบหลักได้แก้ Highly polymerised sodium deoxyribonucleotide และ Sodium hyaluronate โดยสารดังกล่าว มีส่วนในการป้องกันสารอนุมูลอิสระ และช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Collagen มาซ่อมแซมส่วนต่างๆของชั้นผิวหนังให้ดูเปร่งปรั่ง

คุณสมบัตรของ xDNA :
- ช่วยให้เกิดความชุ่มชื่นที่ผิวหนังชั้นบน
- ป้องกันไม่ให้ผิดหนังเกิดการดูแก่ก่อนวัยอันควร
- ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นต่างๆ
- ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว โดยการกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม

การรักษา : ฉีดตัวยาเข้าชั้นใต้ผิวหนังบริเวณ ใบหน้า, ลำคอ, เส้นคอ, หลังมือ, หน้าอก, ท้อง, รอบสะดือ, ต้นขา โดยการรักษาแต่ละครั้ง ใช้เวลา 20-30 นาที ซึ่งคอสการรักษาอยู่ที่ 5-10 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิดหนังของแต่ละคน
โดยหลังฉีดแล้ว ตัวยาจะส่งผลให้เกิดความเปร่งปรั่งได้นานถึง 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลสภาพผิว