วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

Filler

Filler มีสารประกอบคือ Hyaluronic acid Elastic สารธรรมชาติซึ่งมีอยู่ในชั้นผิวหนัง มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและให้ความยืดหยุ่น โดยสาร Hyaluronic acid ในผิวหนังเราจะค่อยๆลดลงตามอายุที่มากขึ้นส่งผลให้ผิวหนังอุ้มน้ำลดลง เกิดรอยเหี่ยวย่น 





ในปัจจุบัน filler ชนิด Hyaluronic acid ที่ ทาง FDA approved(food and drug administration) ได้แก่ Hyaloform, Restylane และ captique แม้ว่า Hyaluronic acid จะสลายในอัตราช้ากว่า กลุ่มcollagen ผลของการฉีดอาจอยุได้นานถึง 6 เดือน โดยทั้ง restylane hyaloform captique ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อย จึงสามารถให้ได้โดยไม่ต้องมีการทดสอบการแพ้ก่อนฉีด



ข้อห้ามในการฉีด

- ผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้รุนแรง หรือเคยแพ้สารหลายชนิด
- ห้ามฉีดเข้าเพื่อ เสริมหน้าอก
- ห้ามฉีดเข้ากระดูก เอ็น
- ห้ามฉีดเข้าเส้นเลือดเพราะก่อให้เกิดการอุดตัน ก่อให้เกิดเนื้อตายจากการขาดเลือด





RESTYLANE ได้รับการรับรองให้เหมาะแก่การฉีดเข้าในชั้นผิวหนัง และสามารถใช้ได้กับทุกบริเวณในใบหน้า บริเวณที่ได้รับความนิยมได้แก่ ริมฝีปาก ร่องแก้ม ร่องมุมปาก โดยมีการศึกษาว่าหากทำการรักษา RESTYLANE คู่กับ BOTOX กับรอยย่นบริเวณหน้าผากนั้น โดย RESTYLANE จะช่วยเติมเต็มรอยใบหน้าขณะพัก โดย BOTOX จะเสริมให้ FILLER คงสภาพยาวนานมากขึ้น


การปฏิบัติตัวหลังฉีด filler

- 2 วันแรก ไม่ควรออกกำลังกายให้เหงื่อออกมาก หรือออกไปตากแดด เพราะจะทำให้เกิดรอยแดงบริเวณที่ฉีด
- หลังฉีด ห้ามจับลูบคลำ นวด หรือปั้นเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ผิดรูปไปจากเดิม
- ควรดื่มน้ำมากๆ หลังฉีด 4 วัน จะทำให้ filler ที่ฉีดเข้าไปจับตัวกับน้ำ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอร์ 2 วัน หลังการฉีด
- ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นบริเวณที่ฉีด Filler งดการถูกความร้อน
- เลี่ยงการสูบบุหรี่, การดูดทั้งจากหลอดดูด, การจูบ กรณีที่ฉีดที่ริมฝีปาก 2 วันหลังการฉีด